ภาพประกอบอธิบายความหมายของกริยานุเคราะห์หรือคำช่วยกริยา ซึ่งทำหน้าที่เสริมความหมายของคำกริยาหลักในประโยคภาษาไทย
กริยานุเคราะห์ คืออะไร: สรุปหลักการใช้ฉบับสมบูรณ์

ในวันนี้ ผมจะอธิบายถึงหนึ่งในชนิดของคำกริยาที่มีความสำคัญในไวยากรณ์ไทย นั่นคือ "กริยานุเคราะห์" ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราสร้างประโยคและสื่อสารความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากทำความเข้าใจหลักการแล้ว เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ทบทวนความรู้พื้นฐาน: คำกริยา

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก เราควรทบทวนความหมายของ คำกริยา กันก่อน คำกริยา คือ คำที่แสดงอาการ การกระทำ หรือบอกสภาพของนามและสรรพนามซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค เพื่อให้ใจความของประโยคสมบูรณ์ เช่น

  • นักเรียนอ่านหนังสือ (แสดงการกระทำ)
  • เขานอนหลับ (แสดงอาการ)
  • ดอกไม้สวย (บอกสภาพ)

จะเห็นได้ว่าคำกริยาเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ประโยคมีความหมายและแสดงถึงการกระทำหรือความเป็นไปของประธาน

คำกริยาในภาษาไทยแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

โดยทั่วไปแล้ว คำกริยาในภาษาไทยสามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภท ดังนี้

  1. อกรรมกริยา: คำกริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้องมีกรรมมารับ เช่น เขาเดิน, นกบิน
  2. สกรรมกริยา: คำกริยาที่ต้องมีกรรมมารับจึงจะได้ใจความสมบูรณ์ เช่น พ่อล้างรถ, ฉันกินข้าว
  3. วิกตรรถกริยา: คำกริยาที่ต้องอาศัยส่วนเติมเต็มจึงจะมีความหมายสมบูรณ์ มักเป็นคำว่า เป็น, เหมือน, คล้าย, เท่า, คือ เช่น เขาเป็นตำรวจ, เธอหน้าตาคล้ายคุณแม่
  4. กริยานุเคราะห์: คำกริยาที่ทำหน้าที่ช่วยคำกริยาหลักในประโยคให้มีความหมายชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นหัวข้อที่เราจะศึกษาในวันนี้
  5. กริยาสภาวมาลา: คำกริยาที่ทำหน้าที่คล้ายคำนาม สามารถเป็นประธานหรือกรรมของประโยคได้ เช่น การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด

เจาะลึกความหมายและหน้าที่ของ "กริยานุเคราะห์"

กริยานุเคราะห์ (อ่านว่า กะ-ริ-ยา-นุ-เคฺราะ) หรือที่อาจเรียกว่า "คำช่วยกริยา" คือคำที่วางไว้หน้าคำกริยาหลักในประโยค เพื่อช่วยเสริมความหมายของกริยาหลักนั้น ๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบอกกาล (เวลา), การคาดคะเน, การถูกกระทำ, ความจำเป็น หรือการเน้นย้ำความหมาย

รายการคำกริยานุเคราะห์ที่พบบ่อย

คำที่ทำหน้าที่เป็นกริยานุเคราะห์ในภาษาไทยมีอยู่หลายคำ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • จง: ใช้ในประโยคคำสั่ง หรืออวยพร เช่น นักเรียนจงทำความเคารพ, ขอท่านจงเจริญ
  • กำลัง: แสดงให้เห็นว่าการกระทำนั้น ๆ กำลังดำเนินอยู่ เช่น เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์
  • จะ: แสดงความหมายเกี่ยวกับอนาคตหรือความตั้งใจ เช่น พรุ่งนี้ฉันจะไปพบแพทย์
  • ย่อม: แสดงถึงสิ่งที่เป็นไปตามปกติหรือเป็นธรรมดา เช่น ผู้ทำดีย่อมได้รับผลดีตอบแทน
  • คง / คงจะ: แสดงความคาดคะเน เช่น ป่านนี้เขาคงจะถึงบ้านแล้ว
  • ยัง: แสดงให้เห็นว่ากริยานั้นยังคงดำเนินอยู่ เช่น เขายังทำงานไม่เสร็จ
  • ถูก: ใช้แสดงความหมายว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำ (มักใช้ในเชิงไม่ดี) เช่น เขาถูกตำหนิ
  • ต้อง: แสดงถึงความจำเป็นหรือข้อบังคับ เช่น เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ควร / ควรจะ: แสดงการให้คำแนะนำหรือสิ่งที่พึงกระทำ เช่น นักเรียนควรทบทวนบทเรียนสม่ำเสมอ
  • อาจ / อาจจะ: แสดงความไม่แน่นอนหรือความเป็นไปได้ เช่น วันนี้ฝนอาจจะตก
  • เคย: แสดงถึงประสบการณ์ในอดีต เช่น ผมเคยไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • โปรด: ใช้ในการขอร้องอย่างสุภาพ เช่น โปรดอยู่ในความสงบ

ตัวอย่างประโยคที่มีกริยานุเคราะห์

  • น้องกำลังทำการบ้าน (กำลัง + กริยาหลัก "ทำการบ้าน")
  • เราจะไปเที่ยวทะเลในวันหยุด (จะ + กริยาหลัก "ไป")
  • เธอต้องส่งงานภายในวันนี้ (ต้อง + กริยาหลัก "ส่ง")
  • เขาอาจมาไม่ทันเวลา (อาจ + กริยาหลัก "มา")
  • สมศักดิ์ถูกลงโทษเพราะไม่ทำการบ้าน (ถูก + กริยาหลัก "ลงโทษ")

ข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับกริยานุเคราะห์

  • โดยทั่วไป กริยานุเคราะห์จะวางอยู่หน้าคำกริยาหลักเสมอ
  • คำบางคำสามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้งกริยาหลัก (สกรรมกริยา) และกริยานุเคราะห์ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความหมายของประโยค เช่น
    • คำว่า "ต้อง":
      • เขาต้องไปทำงาน (ต้อง เป็นกริยานุเคราะห์ ช่วยกริยา "ไป")
      • โจรต้องอาวุธของตำรวจ (ต้อง เป็นสกรรมกริยา แปลว่า โดน)

ความแตกต่างระหว่าง "กริยา" และ "กิริยา"

มีคำสองคำที่มักเกิดความสับสนในการใช้งาน คือ "กริยา" และ "กิริยา" ซึ่งมีความแตกต่างกันดังนี้

  • กริยา (ร เรือ): หมายถึง ชนิดของคำในทางไวยากรณ์ ที่ใช้แสดงการกระทำ อาการ หรือสภาพในประโยค
  • กิริยา (ล ลิง): หมายถึง ท่าทาง, การแสดงออก หรือมารยาททางกายและวาจา เช่น เขามีกิริยาที่สุภาพเรียบร้อย

หลักการจำง่าย ๆ คือ กริยา ใช้กับไวยากรณ์ ส่วน กิริยา ใช้กับมารยาทและการแสดงออก


ผมหวังว่าเนื้อหาเกี่ยวกับกริยานุเคราะห์ในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนทุกคน การหมั่นสังเกตและฝึกฝนจะช่วยให้เราใช้ภาษาไทยได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: กริยานุเคราะห์กับวิกตรรถกริยาต่างกันอย่างไร?
ตอบ: กริยานุเคราะห์ทำหน้าที่ช่วยเสริมความหมายของ "คำกริยาหลัก" ในประโยค เช่น ฉัน จะ ไป โรงเรียน แต่ วิกตรรถกริยา (เช่น เป็น, คือ, คล้าย) ไม่มีกริยาหลักตามหลัง แต่ต้องการ "ส่วนเติมเต็ม" ซึ่งอาจเป็นคำนามหรือสรรพนามมาต่อท้ายเพื่อให้ได้ใจความ เช่น เขา เป็น นักเรียน
ถาม: ประโยคจำเป็นต้องมีกริยานุเคราะห์เสมอไปหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น ประโยคจำนวนมากมีความหมายสมบูรณ์ได้โดยไม่ต้องมีกริยานุเคราะห์ เช่น "เขากินข้าว" กริยานุเคราะห์จะถูกนำมาใช้เมื่อผู้พูดต้องการเพิ่มเติมความหมายให้ชัดเจนขึ้น เช่น การบอกเวลา ความจำเป็น หรือการคาดคะเน เช่น "เขากำลังกินข้าว" หรือ "เขาควรกินข้าว"
ถาม: คำว่า "แล้ว" จัดเป็นกริยานุเคราะห์หรือไม่?
ตอบ: ในทางไวยากรณ์ คำว่า "แล้ว" มักถูกจัดเป็นคำวิเศษณ์บอกเวลาที่วางไว้ท้ายประโยค เพื่อบอกว่าการกระทำนั้นสิ้นสุดลงแล้ว เช่น "เขากลับบ้านไปแล้ว" อย่างไรก็ตาม ในบางบริบท "แล้ว" ก็ทำหน้าที่คล้ายการเสริมความสมบูรณ์ของกริยา ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับกริยานุเคราะห์ แต่โดยทั่วไปมักไม่ถูกนับรวมเป็นกริยานุเคราะห์โดยตรง
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า